สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ วันนี้ 108 เคล็ดลับเรามี เคล็ดลับเพื่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ  

อาหารต้านมะเร็ง >>>

    โรคมะเร็งเป็นโรคที่หลาย ๆ คนกลัวว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ถ้าเรารู้จักป้องกัน รู้จักเลือกรับประทานอาหาร แค่นี้ก็สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อีกขั้นหนึ่งนะค่ะ เราจะสามารถป้องกันตนเองจากโรคร้ายนี้ได้อย่างไรบ้าง  ลองมาดูกันน่ะค่ะ

1.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ 
โดยกินอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเป็น ประจำ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ และหลีกเลี่ยงการสะสมสารพิษจากอาหารค่ะ




2.    เลือกกินอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช
เช่น เมล็ดถั่วต่าง ๆ งา ข้าวโพด ข้าวกล้อง มันฝรั่ง เป็นต้น ค่ะ

3.    กินพืชผักผลไม้สดให้มากเป็นประจำตามฤดูกาล
โดยควรกินให้ได้อย่างน้อยวันละ 500 กรัม หรือมากกว่าครึ่งของปริมาณอาหารที่กิน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ประมาณ 20% เลยนะค่ะ

4.    กินอาหารที่มีไขมันต่ำ ในวัยผู้ใหญ่ ถ้าเป็นผู้ชายควรได้รับพลังงานวันละ 2,000 แคลอรี ผู้หญิง 1,600 แคลอรีและได้รับไขมันไม่เกิน 25-30%ของปริมาณพลังงานทั้งหมดต่อวันค่ะ


5.    กินอาหารที่เค็มน้อย และหวานน้อย
โดยปริมาณเกลือต้องไม่เกิน 1 ช้อนชา  ในอาหารทั้งหมดของแต่ละวัน และควรกินน้ำตาลไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะต่อวัน นอกจากจะช่วยป้องกันมะเร็งแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคเบาหวาน และโรคไตได้อีกด้วยนะค่ะ

อาหารต่อไปนี้ ควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานให้น้อยลง ค่ะ


    อาหารจากเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง รมควัน
ทางที่ดีควรห่อด้วยกระดาษอะลูมิเนียม จะช่วยลดสารก่อมะเร็ง และไม่ควรกินในส่วนที่ไหมเกรียมเกินไป ถ้าให้ดีควรใช้วิธีต้ม นึ่ง อบ หรือใช้ไมโครเวฟก็ได้นะค่ะ


    อาหารหมัก ดองเค็ม และเนื้อสัตว์ตากแห้งที่ใส่ดินประสิว
 อาหารเหล้านี้จะมีสารไนไตรท์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายได้ ฉะนั้นเราจึงควรกินอาหารเหล่านี้ให้น้อยลง วิตามินซีสามารถป้องกันการเกิดสารไนโตรซามีนในร่างกายได้จึงควรกินผักสดร่วมกับอาหารประเภทนี้ค่ะ


    ****     ถ้ากินเนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมูในปริมาณที่มากเป็นเวลานาน
                 จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไม่ควรกินเกิน 80 กรัมต่อวัน




เคล็ดลับต่อไป คือ  เมนูต้องห้ามขณะท้องว่างค่ะ 

      เพื่อน ๆ ทราบไหมว่าเมื่อท้องของเราว่าง แล้วเรารับประทานอาหารบางอย่างเข้าไป อาจจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้นะค่ะ เพราะอาหารบางอย่างไม่เหมาะสำหรับที่จะรับประทานเมื่อตอนท้องว่าง เราลองมาดูกันนะค่ะว่าอาหารประเภทใดบ้างที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง ค่ะ


นม และ นมถั่วเหลือง   แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่ก็ตาม
                                 
     เหล้า  หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง เหล้าจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้
          เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ นะค่ะ 
          เพื่อนๆ หลายคนคงเคยเป็นกันบ้างนะค่ะ

    น้ำตาล หรือ อาหารหวาน    ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำ
         อัดลม ลูกอม ช๊อกโกแลต เพราะ หากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีน
         รวมตัวกับน้ำตาล ส่งผลต่อการดูด ซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงาน
         ของระบบหมุนเวียนเลือดได้ค่ะ


    ชาที่แก่เกินไป   ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน
         ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

    ลูกพลับ  ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรด
         เกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว
         จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร
    กล้วย   เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะที่ท้องว่าง
        จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียส่วนของแคลเซียม
        และแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือด หัวใจ เป็นอันตรายต่อ
         สุขภาพอย่างยิ่ง

    กระเทียม เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้นให้เกิดโรค
         กระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง


    ผัก   การรับประทานผักอย่างเดียวในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิด
         อาการผิดปกติ 


                นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย


     ครั้งหน้า 108 เคล็ดลับของเราจะมีเคล็ดลับอะไรมาฝาก
   เพื่อน ๆ คอยติดตามต่อไป นะค่ะ และถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากแนะนำเคล็ดลับ หรืออยากได้เคล็ดลับอะไร ก็ฝากความคิดเห็นไว้ได้เลย ค่ะ

สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำ .. แต่ก็ยังทำอยู่



1. แต่งหน้าขณะขับรถ      เวลาที่เรารถติดทีไร เราจะเห็นว่าคุณผู้หญิงหลายคนสาละวนกับการบรรจงวาดงานศิลปะบนใบหน้าของตัวเอง ซึ่งมันดูไม่งาม เป็นที่รำคาญจากผู้ขับขี่คันอื่นๆ ยิ่งนัก

2. สูบบุหรี่      ผู้หญิงยุคใหม่หลายคนลอกเลียนแบบพฤติกรรมสิงห์อมควันของผู้ชาย ด้วยรักและหวังดีนะคะ เราก็อยากจะเตือนว่าถ้าเลิกได้ก็เลิกเถอะค่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพและเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แถมผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบผู้หญิงกลิ่นบุหรี่อีกด้วย

3. เอาแต่บ่นว่าอ้วน      ปากเอาแต่บ่น แต่ไม่มีพฤติกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่ตัวเองทำอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดหรือทำให้สิ่งที่บ่นหายไปเสียที เพราะบ่นว่า "อ้วนๆ" แต่ก็เห็นว่าพฤติกรรมการกินก็ยังสวนกระแสความอ้วนอยู่ดี

4. แสดงความไม่พอใจด้วยการวีน      ก็ทราบอยู่หรอกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าสบอารมณ์ แต่ก็สามารถตำหนิติเตียนกันอย่างสุภาพและมีเหตุผลได้นี่นา ลองถ้าเป็นตัวเองโดนวีนด้วยอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราดอย่างนี้เข้าบ้างก็คงฉุนอยู่ไม่น้อย เรื่องแบบนี้ต้องลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูบ้าง

5. ทานของว่างจุบจิบอยู่ตลอดเวลา      หลายคนบอกว่าทานข้าวน้อยและพยายามจะไดเอทอยู่ตลอดเวลา แต่ความพยายามนั้นมักจะล้มเหลวเพราะสาเหตุความกลมกลิ้งมักจะมาจากการกินของว่างแคลอรีสูงอย่าง ฝอยทอง คุกกี้ แพนเค้ก ฯลฯ จุบจิบไม่หยุดปากอยู่ตลอดเวลา
                                                             


6. ทอดสะพานให้ชายอื่นทั้งที่มีแฟนอยู่เป็นตัวเป็นตน       แม้เราจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองก็ตาม แต่เมื่อมีผู้ชายของตัวเองอยู่แล้ว เราก็ไม่มีสิทธิ์แสดงอาการ "อ่อย" หรือ "ให้ท่า" ผู้ชายอื่นอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนค่ะ มันเป็นการให้เกียรติความรัก

 7. แทะโลมผู้ชายหน้าตาดี       ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาดีพวกนี้ออกจะรู้ตัว และรู้แก่ใจว่าตัวเองตกเป็นเป้าความสนใจของผู้หญิง เพราะถ้าเรายิ่งมองยิ่งห้อมล้อมและทำให้เขาเป็นจุดสนใจล่ะก็ เขาก็จะยิ่งได้ใจและสำคัญตัวเองว่าเป็นผู้ชายหล่อเลือกได้

8. ขอเงินจากผู้ปกครอง      สำหรับสาวๆ ที่พ้นวัยพึ่งพิงพ่อแม่แล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรทำเอาเสียเลยคือการแบมือของเงินจากพวกท่านค่ะ แต่คุณเป็นฝ่ายให้ท่านมากกว่า จะหยิบยืมบ้างก็คงไม่เป็นไร แต่ต้องสามารถเลี้ยงชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้นะ
9. ขาไม่สวยแต่อยากใส่สั้น      จริงๆ แล้วมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณที่จะใส่สั้นใส่ยาวหรือใส่อะไรก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าคุณรู้ตัวว่าขาตัวเองมีตำหนิ เป็นคนขาดำ ขาไม่สวย ก็ไม่ควรโชว์ตำหนิของตัวเอง

10. ส่องกระจกอยู่ตลอดเวลา      ผู้ชายมักถามว่าทำไมผู้หญิงเราถึงเจอกระจกไม่ได้ เป็นต้องส่องสำรวจความงามอยู่ตลอดเวลา มันทำให้เสียบุคลิกภาพยิ่งนัก
 
11. เม้าท์ระยะประชิด      เป็นความสามารถหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือมันเป็นความอยากเม้าทอยากพูดที่ไม่รู้ว่าทำไมมันต้องด่วน มันต้องทันทีเดี๋ยวนั้นเลยหรือไง แต่ที่แน่ๆ บางทีเจ้าตัวก็รู้ตัวแล้วล่ะ

12. เม้าท์แฟนกับเพื่อน       ความในไม่ควรนำออก แต่เวลาที่เราโมโหเค้า เราก็จะเก็บความเคียดแค้นที่สุมในใจเราไประบายให้เพื่อนที่รักฟัง แต่พอดีเพื่อนก็กลายเป็นคนอื่นไปซะงั้น

13. ปล่อยให้ยาทาเล็บถลอกคานิ้ว      แฟชั่นเพ้นท์เล็บกำลังฮิตก็จริง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเล็บของบางคนก็ต้องถลอกปอกเปิกไปตามกาลเวลา ทำให้ลวดลายจางหายหลุดลอกแต่ก็ไม่ยอมล้างเล็บและเพ้นท์ใหม่ ปล่อยให้สิ่งที่เคยเป็นสีสันกลายเป็นสีเขรอะเล็บซะอย่างนั้น

14. บอกว่า "เปล่า" ทั้งที่ในใจมีอะไร       เวลาที่ผู้ชายถามว่าเป็นอะไร มีอะไรในใจ ผู้หญิงเราก็มักจะเก็บความเครียดไว้กับตัวเองแล้วก็ตอบว่า "เปล่า" อยู่เสมอ นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงชอบโกหก

15. ซื้อไว้ก่อนด้วยเหตุผลว่ามัน Sales       เป็นเหตุผลในการตัดสินใจในการเลือกซื้ออันภาคภูมิใจของผู้หญิงเราว่า เราสามารถซื้อมันด้วยราคาที่ลดกว่าราคาจริงมากที่สุด ทั้งที่เหตุผลเรื่องความจำเป็นไม่มีเลย
16. ใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุไปแล้ว      ด้วยเพราะไม่ระวังหรืออาจจะเป็นเพราะความงกผู้หญิงบางส่วนก็ไม่สนใจที่จะระแวดระวังอายุการใช้ของเครื่องสำอางที่ราคาแพงแสนแพง รู้แต่เพียงว่าเสียดายต้องใช้เท่านั้น ผลที่ตามคือหน้าเยิน ผื่นขึ้น สิวตรึม ต้องมานั่งรักษาให้เสียสตางค์อีกต่างหาก

17. ต่อราคาสุดฤทธิ์      แม้ว่าคนขายจะนั่งยันนอนยันแล้วว่าไม่สามารถลดราคาได้แล้วเพราะราคามันต้นทุนจริงๆ แต่ก็ไม่วายที่ผู้หญิงเราจะหว่านล้อมแบบไม่สนอะไร แบบ "ลดอีกบาทหนึ่งได้มั้ย ถ้าได้ซื้อเลย" !!

18. คุยโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา       แม้ว่าจะต้องมีธุระพูดคุยโทรศัพท์เยอะก็ตาม แต่ก็ควรรักษามารยาทด้วยการสังเกตสังการอบข้างบ้าง ว่าคนอื่นเขาต้องการทราบเรื่องของคุณด้วยหรือเปล่า ไม่งั้นบทสนทนาทางโทรศัพท์ของคุณก็อาจจะไปรบกวนสมาธิและการทำงานของคนอื่นเข้า

19. ขับรถผิดกฏจราจร      โดยสถิติแล้วผู้หญิงเรามักมีข้อพิพาทกับตำรวจจราจรค่อนข้างบ่อยกว่าผู้ชาย แต่พอเรื่องแหกกฏจราจรแล้ว เราก็มักใช้มารยาหญิงเอาตัวเองหลุดมาได้จากการเสียค่าปรับใบสั่ง

20. เชื่อคำโฆษณา     โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงเราออกจะหูเบาเชื่อคำโฆษณาของสินค้าต่างๆ ง่ายดายเอาเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะสินค้าประเภทประทินโฉมความงาม และอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนักที่ตัวเองอุตส่าห์เทเงินในกระเป๋าซื้อ แต่ผลที่ออกมาไม่เห็นเหมือนตัวพรีเซ็นเตอร์เอาเสียเลย

21. ยังติดต่อแฟนเก่าอยู่       มันอาจจะเป็นกลยุทธ์บริหารความรักปัจจุบันที่ทำให้คนปัจจุบันได้หึงได้หวงกันบ้าง แต่ระวังถ่านไฟเก่ามันจะคุและลุกขึ้นมานะ แล้วเรื่องที่ไม่ควรเป็นเรื่องก็จะเป็นเรื่องขึ้นมา
22. ชอบทานฟรี      ทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรฟรีหรอก เพียงแต่มันอาจเป็นการลงทุนที่หวังผลระยะยาวที่แอบหวังเรื่องอื่นๆ แฝงมา ใครที่ชอบมีเสี่ยมาออฟเฟอร์ของเลี้ยงดินเนอร์บ่อย ก็คงทราบนะว่าเสี่ยเขาหวังอะไร

23. ชอบอ่านหนังสือและนิตยสารฟรี      ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบเข้าไปร้านขายหนังสือ แต่ไม่ได้ไปหาซื้อหนังสือหรอก แต่เข้าไปอ่านหนังสือและนิตยสารฟรี พออ่านจบก็เดินตัวปลิวออกจากร้านไปเลย.......


24. แอบสำรวจสรีระผู้ชายในสระว่ายน้ำ      เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ว่าผู้ชายลงสระเพื่อไปหลีหญิงแล้ว แต่ผู้หญิงก็หาเหตุไปว่ายน้ำเพื่อไปสำรวจสรีระและส่วนสัดอันน่ายลของผู้ชายเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ชายอยู่ในชุดว่ายน้ำ มันก็ไม่ต่างอะไรเลยกับเวลาที่พวกเขาเปลือย !

18 เคล็ดลับ เพื่อสุขภาพ ที่ดี

สุขภาพดีอาจจะหาซื้อไม่ได้แต่เป็นเจ้าของได้แน่นอน ถ้าสาวๆ ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้


1. แอปเปิ้ล แตงโม กล้วย กีวีต้องระวัง  ผล ไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้มีประโยชน์มาก แต่ถ้าคุณกำลังทานยาปฏิชีวนะอยู่ ผลไม้พวกนี้จะกลายเป็นโทษทันทีเพราะมันบูดในลำไส้ได้ง่าย อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารได้



2. ผลไม้กับมื้ออาหาร  ก่อนทานอาหารควรจะเรยีกน้ำย่อยด้วยสับปะรดและมะละกอสัก 2-3 ชิ้น ผลไม้สองชนิดนี้มีเอนไซม์ที่จะช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่กำลังจะ ตามลงมาได้ง่ายขึ้น และหลังจากจบมื้ออร่อยแล้วควรตบท้ายด้วยแอปเปิ้ลสัก 1 ชิ้นเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลายซึ่งจะทำให้จำนวนแบคทีเรียในช่องปากลดลง และช่วยให้เหงือกแข็งแรงด้วย

3. อย่าปล่อยให้หิว  ควรจะทานอาหารให้ตรงเวลาทุกวันแม้จะยังไม่รู้สึกหิวก็ตาม เพราะเวลาที่เราหิวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนควมเครียดออกมา ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำก็จะทำให้คุณกลายเป็นสาวเครียด และนำไปสู่อาการความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวาน

4. เนื้อสัตว์กับผลไม้ไม่เข้ากัน ถ้าทานน้อยๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามื้อไหนคุณทานเนื้อเป็นจำนวนมากแล้วควรจะงดผลไม้ไป เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมดต้องใช้เวลานาน ส่าวนผลไม้ซึ่งย่อยเร็วจะถูกกักอยู่ในกระเพาะ จึงทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารได้

5. นาฬิกาชีวภาพ  หลักการสุขภาพดีบอกไว้ว่าเราควรจะเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกๆ วัน แต่ส่วนใหญ่พอถึงคืนวันศุกร์กับวันเสาร์เรามักจะนอนดึกเพราะถือว่าเป็นวัน หยุด การทำอย่างนี้จะทำให้ความเคยชินหรือที่เรียกว่าชีวภาพของร่างกายรวรเร จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่วันจันทร์เราจะง่วงนอนกว่าปกติ

6. ความเครียดทำลายผิว  ถ้าอยากผิวสวย แก่ช้า ดูอ่อนกว่าวัย สิ่งแรกที่ต้องปรับคือความคิดของตัวเราเอง พยายามคิดในทางบวก มองโลกในแง่ดี หลีกเลี่ยงความคิดที่ทำให้ตึงเครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกทำลายตัวเราเอง

7. หลีกเลี่ยงภาชนะพลาสติก  เพราะความร้อนรวมทั้งรสชาติเผ็ดเปรี้ยว เค็มจากอาหารสามารถเข้าไปกัดเซาะสารสังเคราะห์ในพลาสติกให้ละลายออกปะปนกับ อาหารได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้ภาชนะพลาสติกใส่อาหารเข้าอุ่นในเตาไมโครเวฟยิ่งเป็นสิ่งที่ ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเป็นการเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเป็นอย่างมาก

8. อย่าประมาทอาการไอเรื้อรัง  หลังจากหายหวัดแล้วอาการไออาจจะยังไม่หายไป แต่สาวหลายคนมักจะไม่สนใจเพราะคิดว่าอาการไอเป็นเรื่องชิลๆ แต่ที่จริงอาการไอเรื้อรังร้ายแรงกว่าที่คุณคิด เพราะมันอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะ ที่หมอให้มารักษาอาการหวัดไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ วิธีหยุดอาการไอที่ได้ผลที่สุดคือการดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะในทางเดินหายใจ และนอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้เต็มที่

9. เท้าและข้อเท้าบวม  ถ้ามีอาการแบบนี้อย่าปล่อยไว้ เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย ถ้าบริเวณเท้ามีปัญหาก็จะส่งผลถึงร่างกายทุกส่วน วิธีแก้ไขคือให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาทีจากนั้นก็ขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและข้างหลังเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน ได้ดีขึ้น หลังจากนั้นใช้แปรงขนนุ่มๆ แปรงผิวหนังเบาๆ โดยเริ่มจากฝ่าเท้าแล้วค่อยๆ ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือทั้งสองข้าง (ยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวานเพราะเสี่ยงจะเกิดบาดแผล) ตบท้ายด้วยการอาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

 

10. งดเครื่องดื่มคาเฟอีน  เครื่อง ดื่มพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟ ปกติก็ไม่ควรดื่มอยู่แล้ว แต่ถ้าบังเอิญคุณเป็นโรคปวดหลัง เครื่องดื่มพวกนี้จะเป็นศัตรูของคุณไปทันที เพราะคาเฟอีนจะไปลดการหลั่งสารเอนโดรฟินซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวด ตามอวัยวะต่างๆ อาการปวดของคุณก็จะไม่หายหรืออาจจะเป็นมากขึ้นด้วย


11. ดื่มน้ำเร็ว...อันตราย  ใครๆ ก็บอกว่าควรจะดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว แต่ต้องค่อยๆ ดื่มไปตลอดวัน ไม่ใช่ทั้งวันไม่ดื่มเลย แล้วมารวบยอดเอาในครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอาการน้ำเป็นพิษเนื่องจากเลือดเจือจาง และอาจทำให้เป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งตามมา ยิ่งถ้าอาการเกร็งไปเกิดที่สมอง หัวใจ หรือปอด ก็อาจจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

12. แดดอ่อนตอนเช้า แสงแดดยามเช้าจัดว่าเป็นยาตามธรรมชาติที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องเสีย เงินซื้อ นอกจากทำให้กระดูกแข็งแรงแล้วยังทำให้อารมณ์ดี เพราะแดดอ่อนๆ มีวิตามินที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ออกมาต่อต้านอาการซึมเศร้าในตัวเรา คนที่เดินเล่นรับแดดอ่อนจึงมีหน้าตาเบิกบานกว่าคนที่มัวแต่หลบแดดอยู่ในบ้าน มาก

 
13. เบาหวานอย่าทานไข่  ถ้าสมาชิกในครอบครัวคุณคนไหนเป็นเบาหวาน ควรให้เขางดไข่ไปเลย เพราะมีรายงานทางการแพทย์ว่าถ้าคนที่เป็นเบาหวานทานไข่อาทิตย์ละ 1 ฟอง จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้น

 14. อยากผอมต้องน้ำเย็น  การดื่มน้ำเย็น 50 ออนซ์ จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรี ช่วยให้น้ำหนักลดลงปีละ 2.5 กิโลกรัม เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำนั้นเปลี่ยน อุณหภูมิเป็นอุณหภูมิปกติก่อน แล้วจึงนำไปใช้ได้ จึงเป็นการใช้พลังงานมากกว่าเดิม

15. สุขภาพดีทันทีที่ตื่น  ถ้าอยากดูแลสุขภาพพร้อมกับการเริ่มต้นวันใหม่ ทันทีที่ตื่นนอนสาวๆ ควรผสมน้ำส้มสายชู (ที่หมักจากผลแอปเปิ้ล) กับน้ำผึ้งในสัดส่วนเท่ากัน ใส่น้ำอุ่นนิดหน่อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาดื่ม จะช่วยให้การดูดซึมของระบบลำไส้และการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดีตลอดวัน

16. ผู้ชายอย่าพลาดมะเขือเทศ  สำหรับหนุ่มซ่าที่กำลังเริ่มมีอาการเตะปี๊ปไม่ดังหรือกลัวว่าจะเป็นหมัน มะเขือเทศคือผลไม้ที่คุณจะพลาดไม่ได้ เพราะมะเขือเทศสุกมีสารโคปีนสูงมาก ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้ดี ประสิทธิ์ภาพและสมรรถภาพต่างๆ จึงทำงานได้เป็นปกติ ถ้าผู้ชายทานมะเขือเทศอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผลหรือมากกว่านั้น ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็จะน้อยลง 45 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญควรจะทานแบบสุกๆ เช่น ทานเป็นน้ำพริกอ่อง สปาเก็ตตี้ เพราะเวลามะเขือเทศถูกความร้อนมันจะปล่อยสารไลโคปีนออกมามากขึ้น

17. ป้องกันกรดในกระเพาะอาหาร  ที่ท้องอืดบ่อย ควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุต หรือน้ำมะเขือเทศสดนั่น เพราะน้ำพวกนี้มีกรดมากทำให้ท้องอืด หรือถ้าเสพติดไปแล้วอดไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะทำให้เจือจางลงด้วยการผสมน้ำมากๆ

18. หลบอัลไซเมอร์ด้วยเกม  ถ้าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์หรือเป็นโรคขี้หลงขี้ลืม สาวๆ ควรจะฝึกสมองด้วยการเล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ เกมในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิอย่างเรียนดนตรี เล่นหมากรุก เป็นต้น เพราะเกมเหล่านี้จะช่วยให้ระบบประสาททำงานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ






































8  วีธีที่ทำให้คุณ ดื่มน้ำง่ายขึ้น 

ดื่มน้ำให้เหมือนเป็นกิจวัตร พยายามดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอนให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะการดื่มน้ำตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากดื่มน้ำมากไปตลอดทั้ง วัน ทั้งยังช่วยเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

    บีบน้ำมะนาวใส่นิด ๆ หากคุณรู้สึกแปลก ๆ กับรสชาติที่จืดชืดของน้ำเปล่า ขอแนะนำให้คุณหามะนาวมาบีบลงไปในน้ำเปล่าซักเล็กน้อยก่อนดื่ม เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำ

    ทำให้มันใสอยู่เสมอ หมั่นตรวจดูปัสสาวะของคุณหลังเสร็จธุระ เพื่อให้มั่นใจว่ามันยังใสอยู่เสมอ เพราะความใสนั้นเหมือนเป็นดัชนีวัดว่า ร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่เมื่อไรก็ตามที่ปัสสาวะของคุณมีสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ

    ถ้าร้อนนัก ก็ดื่มซะ เมื่อคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เดือดดาล ขอแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น เพราะบางครั้งการเลือกเครื่องดื่มก็เป็นเรื่องของจิตวิทยา การที่คุณได้ถือเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักแก้วไว้ที่มือ อาจช่วยให้คุณลดอารมณ์เดือดดาลลงได้มากกว่าเครื่องดื่มปกติ ยิ่งกว่านั้น ในกาแฟและน้ำชายังมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มอัตราการกำจัดน้ำออกจากร่างกายของคุณ ในรูปของปัสสาวะ



     ดื่มน้ำเมื่อคุณถูกความตะกละจู่โจม บางครั้งความรู้สึกหิวของคนเราก็เป็นความกระหายแบบหลอก ๆ หรือแค่รู้สึกตะกละเท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถแก้อาการนี้ได้ด้วยการหาน้ำดื่มซัก 1- 2 แก้ว เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอะไรรองท้อง

    เริ่มปฏิบัติจากขั้นตอนง่าย ๆ อย่าคาดหวังว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำได้ จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือจากคนที่ไม่ดื่มน้ำเลยมาดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่คุณควรเริ่มจากการดื่มน้ำ 1 แก้วในตอนเช้าของวัน ตามด้วยการดื่มน้ำอีก 1 แก้วก่อนนอนจนเป็นนิสัย จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำระหว่างวันให้มากขึ้น

    ถูก และ ถูก อย่าลืมว่า น้ำดื่มตามภัตตาคารนั้นมีให้บริการฟรี แบบไม่อั้น

    หมั่นหาแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้ว 1 ใบมาวางไว้ข้างตัวคุณเสมอ ขณะคุณกำลังทำงาน เพราะมันจะทำให้คุณสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาจิบไปเรื่อยๆ ขณะทำงานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องสุมหัวคิดงานกับเพื่อน ๆ หรือเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาหากคุณไม่ต้องการให้มือของคุณอยู่ว่าง

เคล็ดลับ น่ารู้ .. เรื่อง สวย ๆ งาม ๆๆ

1. กิน หวาน มากทำให้ผิวเหี่ยว จริงหรือ?
เฉลย…จริง เพราะเมื่อร่างกายมีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัย ผิวหยาบกร้าน และเหี่ยวย่น ในที่สุด
  2. การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า จะทำให้ผิวหน้าดูสดใส จริงหรือ?เฉลย…จริง โดยการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น จะทำให้โลหิต บริเวณหนังศีรษะ และใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้น
  3. เอาน้ำแข็งถูหน้า ก่อนนอนจะทำให้หายมันได้ จริงหรือ? เฉลย…ไม่จริง แต่แก้ปัญหาหน้ามันได้โดยการใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาหน้าให้ทั่วใบหน้า ทาแล้วไม่ต้องล้างออก เมือกจะแห้งไปเองภายใน ๕ - ๑๐ นาที ทำก่อนนอน แค่นี่หน้าก็จะหาย
  4. การสวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ จะทำให้ผอมเร็วจริงหรือ?
เฉลย…ไม่จริง การที่เหงื่อออกเยอะคือ ภาวะที่ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบายความร้อนออกมา ไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมา เพราะฉะนั้นพอเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักก็จะเท่า เดิม
  5. คนผิวแห้งมีโอกาส เกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมัน จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะคนผิวแห้งขาด ซีบัม หรือ สารไขมัน ทำให้กลไกลการปกป้องตนเองของผิวหนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแล และทาครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคนผิวมัน

  6. การฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง โดยการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัย และรอยคล้ำ ได้
  7. การร้องไห้ช่วยลดความอ้วนได้ จริงหรือ?เฉลย…ไม่จริง แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วย เผาผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ ได้มากถึง 20% ซึ่งหากได้หัวเราะวันละสัก 10 -15 นาที จะช่วยเผาผลาญพลังงานลงได้มาก ถึง 50 แคลอรี
  8. กาวตราช้าง ใช้รักษาส้นเท้าแตกได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะ เมื่อปิดหนังที่แตกด้วย กาวตราช้าง สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ได้ ผิวจะไม่ถูกรบกวน จึงมีการซ่อมแซมตนเองขึ้นมา มีการสร้างเซลล์ใหม่ และผลัดเซลล์เก่าออก กาวช้างก็จะหลุดออก ไป แต่ห้ามใช้กับคนที่แพ้กาวตราช้าง
  9. การเต้นรำ ทำให้ผิวสวยได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะ การเต้นรำเพียงวัน ละ 20 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี กระตุ้นระบบการหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ทำให้เลือดลมเดินทั่วผิว ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพดี
  10.การใส่กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำ ทำให้ขาใหญ่ได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะช่วงขาส่วนที่อยู่นอกกระโปรง จะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษ เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศ โดยเฉพาะ เมื่อผิวหนังเจอความหนาวเย็น ทำให้เกิดเซลลูไลท์
  11. การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แคปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฏิกิริยาโดยขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป
  12. ดูดนมยางของเด็กทารก ตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ?
เฉลย…จริง การคาบหรืออมนมยางของเด็กทารก ไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือน สั่นไหวขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรน และไม่นอนอ้าปากอีกด้วย
  13. การสูดกลิ่นตัวผู้ชาย ทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้น มีสารฟีโรโมนผสมอยู่ โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้
  14. แสงแดดอ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ?เฉลย…จริง เพราะแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่ แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึมเซาได้
  15. การฟังเพลง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ?เฉลย...จริง เพราะ การฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาอาการปวดข้อลงได้